วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562

เกี่ยวกับบล็อก




นางสาวมณีรัตน์   โพธิ์ศรี
613150610566  ชั้นปีที่ 2 ห้อง 1
สาขาวิชาภาษาไทย
คณะครุศาสตร์   สาขาวิชาภาษาไทย
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562
บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน
โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พิจิตรา ธงพานิช


วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ตรวจสอบทบทวนบทที่ 3

ตรวจสอบและทบทวนบทที่ 3


ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขั้นวิเคราะห์ภาระงานปฏิบัติการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ด้วยการระบุงานและภาระงานโดยใช้แนวทางการวิเคราะห์ภาระงานของหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐานและระบุเป็นชิ้นงานหรือภาระงานที่ผู้เรียนปฏิบัติการออกแบบภาระงานที่ผู้เรียนต้องใช้ความรู้และทักษะ( ขั้นการกำหนดจุดหมายการเรียนรู้

วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

ตรวจสอบทบทวนบทที่ 1

ตรวจสอบและทบทวนบทที่ 1
สืบค้นมาตรฐานวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภามาตรฐานวิชาชีพครูพ.ศ.2556 มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์ มาตรฐานที่6การจัดการเรียนรู้และการจัดการในชั้นเรียนนำมากำหนดจุดมุ่งหมายในการศึกษารายวิชาให้บรรลุมาตรฐานดังกล่าว

มาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ
มาตรฐานที่ 6 จัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน (รวมจาก 2 มาตรฐานเป็น 1 มาตรฐาน)
สาระความรู้ในมาตรฐานที่ 6
1) ทฤษฎีการเรียนรู้และการสอน
2) รูปแบบการเรียนรู้ และการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอน
3) การออกแบบและการจัดประสบการณ์การเรียนรู้
4) การบูรณาการเนื้อหาในกลุ่มสาระการเรียนรู้
5) การบูรณาการการเรียนรู้ แบบเรียนรวม
6) เทคนิคและวิทยาการจัดการเรียนรู้
7) การใช้และการผลิตสื่อและการพัฒนานวัตกรรมในการเรียนรู้
8) การจัดการเรียนรู้แบบยึดผู้เรียนเป็นสําคัญ
9) การประเมินผลการเรียนรู้
สมรรถนะในมาตรฐานที่ 6
1) สามารถนําประมวลรายวิชามาจัดทําแผนการเรียนรู้ รายภาคและตลอดภาค
2) สามารถออกแบบการเรียนรู้ ที่เหมาะสมกับวัยของผู้เรียน
3) สามารถเลือกใช้พัฒนาและสร้างสื่ออุปกรณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียน
4) สามารถจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนและจําแนกระดับการเรียนรู้ของผู้เรียนจากการประเมินผล

การนำมาตรฐานด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพมาตรฐานที่ 6 จัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียนมากำหนดจุดมุ่งหมาย (Goals) ในรายวิชาวิทยาศาสตร์เพื่อบรรลุมาตรฐานดังกล่าว                                                     
  สาระที่ 1 สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
มาตรฐาน ว 1.1
  เข้าใจหน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และ
หน้าที่ของระบบต่างๆ ของสิ่งมีชีวิตที่ทำงานสัมพันธ์กัน มีกระบวนการ
สืบเสาะหา ความรู้ สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ในการดำรงชีวิต
ของตนเองและดูแลสิ่งมีชีวิต
มาตรฐาน ว 1.2
เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ การใช้เทคโนโลยี
ชีวภาพ ที่มีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม มีกระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ และ จิตวิทยาศาสตร์ สื่อสาร สิ่งที่เรียนรู้ และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562

ตรวจสอบทบทวนบทที่ 2

ตรวจสอบและทบทวนบทที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้สาขาวิชาภาษาไทย
สาระการเรียนรู้
แนวทางการบูรณาการ
ภาษาไทย    สนทนา พูดคุย หรือเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจ
สังคมศึกษา ศาสนา   สนทนา พูดคุยเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ของประชากรแต่ละและวัฒนธรรม  ประเทศใดในกลุ่มสมาชิกอาเซียน         
ภาษาต่างประเทศ  ฟัง พูด อ่าน และ เขียนคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจที่เรียนรู้หรือที่นักเรียนสนใจ
 กระบวนการจัดการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ 3
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1) ครูถามคำถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
– หลังวิ่งแข่ง นักเรียนหายใจถี่กว่าเดิมหรือไม่
– การหายใจของมนุษย์จะเกี่ยวข้องกับอวัยวะใดบ้าง
2) นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นของคำตอบจากคำถามข้างต้นเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง ระบบหายใจ
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับแบบกลับด้านชั้นเรียน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1) ขั้นสร้างความสนใจ
 (1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับระบบหายใจ ที่ครูมอบหมายให้ไปเรียนรู้ล่วงหน้าให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มฟัง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอข้อมูลหน้าห้องเรียน
 (2) ครูตรวจสอบว่านักเรียนทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายไปหรือไม่ โดยตรวจสอบจากการจดบันทึกของนักเรียน และถามคำถามเกี่ยวกับภาระงาน ดังนี้
– อวัยวะที่ทำงานเกี่ยวกับระบบหายใจมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ จมูก หลอดลม ปอด และถุงลม)
– ระบบหายใจทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ กำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกนอกร่างกายและรับแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย)
(3) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งประเด็นคำถามที่นักเรียนสงสัยจากการทำภาระงานอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม ซึ่งครูให้นักเรียนเตรียมมาล่วงหน้า และให้นักเรียนช่วยกันตอบและแสดงความคิดเห็น
(4) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงาน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ระบบหายใจประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส
  2) ขั้นสำรวจและค้นหา
(1) ให้นักเรียนศึกษาการทำงานของระบบหายใจจากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูตั้ง
คำถามกระตุ้นให้นักเรียนตอบดังนี้
– การเคลื่อนไหวของกะบังลมและกระดูกซี่โครงขณะหายใจเข้ากับหายใจออก แตกต่างกันหรือไม่ เพราะอะไร
– การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างปอดกับเลือดเกิดขึ้นได้อย่างไร
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
(3) นักเรียนแบ่งกลุ่มและปฏิบัติกิจกรรม สังเกตการสูดลมหายใจ ตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้ทักษะ/กระบวนการสังเกตดังนี้
          – นักเรียนใช้มือสัมผัสบริเวณทรวงอกและหน้าท้องของตนเอง
          – หายใจเข้าลึก ๆ แล้วกลั้นหายใจไว้อึดใจหนึ่งก่อนที่จะหายใจออก จากนั้นสังเกตการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครงและหน้าท้อง ขณะที่หายใจเข้าและหายใจออก
 (4) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากใบกิจกรรม
 (5 ) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา
     3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป
(1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอข้อมูลจากการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
(2) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถามต่อไปนี้
– การหายใจเข้าออกสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครงหรือไม่ ลักษณะใด
(แนวคำตอบ การหายใจเข้าออกสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครง โดยเมื่อหายใจเข้า กระดูกซี่โครงจะยกตัวสูงขึ้น แต่เมื่อหายใจออกกระดูกซี่โครงจะลดต่ำลง)
– การหายใจเข้าออกแต่ละครั้งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของอวัยวะใดบ้าง (แนวคำตอบ อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ได้แก่ จมูก โพรงจมูก ท่อลม ปอด หลอดลม ถุงลม กะบังลม และกระดูกซี่โครง)
(3) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยให้ได้ข้อสรุปว่า การหายใจเข้าและการหายใจออกมีผลต่อการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครง กะบังลม และหน้าท้อง
(4) ครูทำหน้าที่สรุปความรู้ให้นักเรียนเข้าใจว่า อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ได้แก่ จมูก ปอด ถุงลม กะบังลม และกระดูกซี่โครง ซึ่งทำหน้าที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ
4) ขั้นขยายความรู้
(1) นักเรียนค้นคว้ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจจากแหล่งความรู้ ต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสารวิทยาศาสตร์ และอินเทอร์เน็ต แล้วสรุปเป็นรายงานส่งครู
(2) ครูเชื่อมโยงความรู้สู่อาเซียน โดยครูถามนักเรียนว่า บุหรี่เป็นสารเสพติดที่ทำลายปอด รู้หรือไม่ว่า ประเทศใดในกลุ่มสมาชิกอาเซียนที่มีสถิติประชากรอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่มากที่สุด จากนั้นครูให้ความรู้เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ของประชากรแต่ละประเทศใดในกลุ่มสมาชิกอาเซียนว่า   
อันดับที่ 1 คือ ลาว มีจำนวนร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 2 คือ อินโดนีเซีย มีจำนวนร้อยละ 35 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 3 คือ ฟิลิปปินส์ มีจำนวนร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 4 คือ ไทย มีจำนวนร้อยละ 24 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 5 คือ เวียดนาม มีจำนวนร้อยละ 24 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 6 คือ มาเลเซีย มีจำนวนร้อยละ 23 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 7 คือ เมียนมา มีจำนวนร้อยละ 22 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 8 คือ กัมพูชา มีจำนวนร้อยละ 19.5 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 9 คือ บรูไนดารุสซาลาม มีจำนวนร้อยละ 17.5 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 10 คือ สิงคโปร์ มีจำนวนร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ
(3) นักเรียนค้นคว้ารายละเอียดและคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจจากหนังสือเรียนภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต
5) ขั้นประเมิน
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้าง ที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรมและการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น
– เมื่อเราสูดอากาศเข้าปอด อวัยวะที่เกี่ยวข้องจะทำงานสัมพันธ์กันอย่างไร
– การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดขึ้นที่ส่วนใดของปอด
– ถ้าปอดถูกทำลายจะส่งผลต่อร่างกายลักษณะใด
ขั้นสรุป
1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับระบบหายใจ โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์
2) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป โดยให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าล่วงหน้าในหัวข้อระบบย่อยอาหาร
3) ครูให้นักเรียนเตรียมประเด็นคำถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ คำถาม เพื่อนำมาอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียนครั้งต่อไป

วันอังคารที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2562

ตรวจสอบทบทวนบทที่ 7


ตรวจสอบและทบทวนบทที่ 7
ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขั้น การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน ปฏิบัติการเขียนแผนจัดการ เรียนรู้ด้วยใช้กระบวนการของทบทวนตนเองหลังสอนที่ช่วยให้เข้าใจการเรียนการสอนในการตอบสนอง ความต้องการ ประการ คือ ด้านวัตถุประสงค์ ด้านค่านิยม ด้านประสิทธิผล และด้านความพึงพอใจในตนเอง

วันจันทร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2562

ตรวจสอบทบทวนบทที่ 6


ตรวจสอบและทบทวนบทที่ 6
                ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขั้นการบูรณาการความรู้ปฏิบัติการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ด้วยการสร้างและพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนหรือกระบวนการเรียนการสอนขึ้นจากความรู้ความคิดและประสบการณ์ของตนหรือประยุกต์จากทฤษฎีและหลักการทั้งของไทยและต่างประเทศเพื่อการพัฒนาความสามารถของผู้เรียนในการคิดการเผชิญสถานการณ์การตัดสินใจและการแก้ปัญหาการพัฒนาทางด้านค่านิยมจริยธรรมเจตคติต่างๆการพัฒนาทางด้านการคิดการปฏิสัมพันธ์และการทำงานเป็นกลุ่มรวมทั้งการปฏิบัติและการแก้ปัญหาต่างๆรวมทั้งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษา   พ. ศ. 2542

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562

ตรวจสอบทบทวนบทที่ 8



ตรวจสอบและทบทวน บทที่ 
          ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขึ้นการประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐานปฏิบัติการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ด้วยการเขียนระดับคุณภาพของผลการเรียนรู้ซึ่งอาจใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิดSolo taxonomy การเรียนรู้อย่างลุ่มลึกไม่ใช่เรียนแบบผิวเผินๆหรือแนวทางอื่นๆ
การประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
โดยใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิด Solo Taxonomy


หมายเหตุ เกณฑ์การให้คะแนน

1. Pre-structural (ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)  คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ Pre-structural จะได้ 1-2คะแนน
2. Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ Uni-structural  จะได้ 3-4 คะแนน
3. Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ Multistructural จะได้ 5-6 คะแนน
4. Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Relational  จะได้ 7-8 คะแนน
5. Extendedabstract (ระดับขยายนามธรรม) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Relational จะได้ 9-10คะแนน