วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2562

ตรวจสอบทบทวนบทที่ 2

ตรวจสอบและทบทวนบทที่ 2

แผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนรู้สาขาวิชาภาษาไทย
สาระการเรียนรู้
แนวทางการบูรณาการ
ภาษาไทย    สนทนา พูดคุย หรือเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจ
สังคมศึกษา ศาสนา   สนทนา พูดคุยเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ของประชากรแต่ละและวัฒนธรรม  ประเทศใดในกลุ่มสมาชิกอาเซียน         
ภาษาต่างประเทศ  ฟัง พูด อ่าน และ เขียนคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจที่เรียนรู้หรือที่นักเรียนสนใจ
 กระบวนการจัดการเรียนรู้
ชั่วโมงที่ 3
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
1) ครูถามคำถามนักเรียนเพื่อกระตุ้นความสนใจ เช่น
– หลังวิ่งแข่ง นักเรียนหายใจถี่กว่าเดิมหรือไม่
– การหายใจของมนุษย์จะเกี่ยวข้องกับอวัยวะใดบ้าง
2) นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นของคำตอบจากคำถามข้างต้นเพื่อเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้เรื่อง ระบบหายใจ
ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ร่วมกับแบบกลับด้านชั้นเรียน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
1) ขั้นสร้างความสนใจ
 (1) ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับระบบหายใจ ที่ครูมอบหมายให้ไปเรียนรู้ล่วงหน้าให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มฟัง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอข้อมูลหน้าห้องเรียน
 (2) ครูตรวจสอบว่านักเรียนทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายไปหรือไม่ โดยตรวจสอบจากการจดบันทึกของนักเรียน และถามคำถามเกี่ยวกับภาระงาน ดังนี้
– อวัยวะที่ทำงานเกี่ยวกับระบบหายใจมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ จมูก หลอดลม ปอด และถุงลม)
– ระบบหายใจทำหน้าที่อะไร (แนวคำตอบ กำจัดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ออกนอกร่างกายและรับแก๊สออกซิเจนเข้าสู่ร่างกาย)
(3) ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนตั้งประเด็นคำถามที่นักเรียนสงสัยจากการทำภาระงานอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม ซึ่งครูให้นักเรียนเตรียมมาล่วงหน้า และให้นักเรียนช่วยกันตอบและแสดงความคิดเห็น
(4) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงาน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า ระบบหายใจประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส
  2) ขั้นสำรวจและค้นหา
(1) ให้นักเรียนศึกษาการทำงานของระบบหายใจจากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูตั้ง
คำถามกระตุ้นให้นักเรียนตอบดังนี้
– การเคลื่อนไหวของกะบังลมและกระดูกซี่โครงขณะหายใจเข้ากับหายใจออก แตกต่างกันหรือไม่ เพราะอะไร
– การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างปอดกับเลือดเกิดขึ้นได้อย่างไร
(2) นักเรียนร่วมกันตอบคำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
(3) นักเรียนแบ่งกลุ่มและปฏิบัติกิจกรรม สังเกตการสูดลมหายใจ ตามขั้นตอนทางวิทยาศาสตร์ โดยใช้ทักษะ/กระบวนการสังเกตดังนี้
          – นักเรียนใช้มือสัมผัสบริเวณทรวงอกและหน้าท้องของตนเอง
          – หายใจเข้าลึก ๆ แล้วกลั้นหายใจไว้อึดใจหนึ่งก่อนที่จะหายใจออก จากนั้นสังเกตการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครงและหน้าท้อง ขณะที่หายใจเข้าและหายใจออก
 (4) นักเรียนและครูร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่ได้จากใบกิจกรรม
 (5 ) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิดโอกาสให้นักเรียนทุกคนซักถามเมื่อมีปัญหา
     3) ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป
(1) นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลุ่มนำเสนอข้อมูลจากการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน
(2) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถามต่อไปนี้
– การหายใจเข้าออกสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครงหรือไม่ ลักษณะใด
(แนวคำตอบ การหายใจเข้าออกสัมพันธ์กับการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครง โดยเมื่อหายใจเข้า กระดูกซี่โครงจะยกตัวสูงขึ้น แต่เมื่อหายใจออกกระดูกซี่โครงจะลดต่ำลง)
– การหายใจเข้าออกแต่ละครั้งเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของอวัยวะใดบ้าง (แนวคำตอบ อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ได้แก่ จมูก โพรงจมูก ท่อลม ปอด หลอดลม ถุงลม กะบังลม และกระดูกซี่โครง)
(3) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยให้ได้ข้อสรุปว่า การหายใจเข้าและการหายใจออกมีผลต่อการเคลื่อนไหวของกระดูกซี่โครง กะบังลม และหน้าท้อง
(4) ครูทำหน้าที่สรุปความรู้ให้นักเรียนเข้าใจว่า อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจ ได้แก่ จมูก ปอด ถุงลม กะบังลม และกระดูกซี่โครง ซึ่งทำหน้าที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นระบบ
4) ขั้นขยายความรู้
(1) นักเรียนค้นคว้ารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจจากแหล่งความรู้ ต่าง ๆ เช่น หนังสือ วารสารวิทยาศาสตร์ และอินเทอร์เน็ต แล้วสรุปเป็นรายงานส่งครู
(2) ครูเชื่อมโยงความรู้สู่อาเซียน โดยครูถามนักเรียนว่า บุหรี่เป็นสารเสพติดที่ทำลายปอด รู้หรือไม่ว่า ประเทศใดในกลุ่มสมาชิกอาเซียนที่มีสถิติประชากรอายุมากกว่า 15 ปีขึ้นไปสูบบุหรี่มากที่สุด จากนั้นครูให้ความรู้เกี่ยวกับการสูบบุหรี่ของประชากรแต่ละประเทศใดในกลุ่มสมาชิกอาเซียนว่า   
อันดับที่ 1 คือ ลาว มีจำนวนร้อยละ 40 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 2 คือ อินโดนีเซีย มีจำนวนร้อยละ 35 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 3 คือ ฟิลิปปินส์ มีจำนวนร้อยละ 28 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 4 คือ ไทย มีจำนวนร้อยละ 24 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 5 คือ เวียดนาม มีจำนวนร้อยละ 24 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 6 คือ มาเลเซีย มีจำนวนร้อยละ 23 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 7 คือ เมียนมา มีจำนวนร้อยละ 22 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 8 คือ กัมพูชา มีจำนวนร้อยละ 19.5 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 9 คือ บรูไนดารุสซาลาม มีจำนวนร้อยละ 17.5 ของประชากรทั้งประเทศ
อันดับที่ 10 คือ สิงคโปร์ มีจำนวนร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ
(3) นักเรียนค้นคว้ารายละเอียดและคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการทำงานของระบบหายใจจากหนังสือเรียนภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต
5) ขั้นประเมิน
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่าจากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้าง ที่ยังไม่เข้าใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามีครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไขอย่างไรบ้าง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรมและการนำความรู้ที่ได้ไปใช้ประโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เช่น
– เมื่อเราสูดอากาศเข้าปอด อวัยวะที่เกี่ยวข้องจะทำงานสัมพันธ์กันอย่างไร
– การแลกเปลี่ยนแก๊สเกิดขึ้นที่ส่วนใดของปอด
– ถ้าปอดถูกทำลายจะส่งผลต่อร่างกายลักษณะใด
ขั้นสรุป
1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับระบบหายใจ โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโนทัศน์
2) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้ครั้งต่อไป โดยให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าล่วงหน้าในหัวข้อระบบย่อยอาหาร
3) ครูให้นักเรียนเตรียมประเด็นคำถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ คำถาม เพื่อนำมาอภิปรายร่วมกันในชั้นเรียนครั้งต่อไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น